Beauty Tip

 

ริ้วรอยก่อนวัย อย่าปล่อยชะล่าใจ ดูแลล่วงหน้าได้ ตั้งแต่อายุยังไม่ 30

 

นอกจากปัญหาความอ้วนแล้ว ริ้วรอยก่อนวัย ก็ดูเหมือนจะเป็นปัญหากวนใจอยู่ไม่น้อย สาวๆ บางคนชะล่าใจ คิดว่าอายุยังน้อย ไม่จำเป็นต้องดูแลตัวเองมากก็ได้ ผิวก็ยังใสเด้งอยู่ แต่ความจริงแล้ว การดูแลผิว สามารถดูแลได้ตั้งแต่เป็นวัยรุ่น สะสมแต้มกันไปก่อน แล้วจะขอบคุณตัวเอง ที่ตักตวงความสวยเอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ 30

1. หลีกเลี่ยงแดดแรง

แสงแดดอ่อนๆ ช่วง 6 โมงเช้า และหลัง 5 โมงเย็น มีวิตามินที่ดีต่อผิว แต่แดดในเวลาอื่นจะมีค่ารังสียูวีสูงมาก จนสามารถซอกซอน เข้าไปทำลายคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวของคุณได้ การป้องกันริ้วรอยก่อน 30 จึงจะต้องหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด ที่สำคัญอย่าลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำ และใส่หมวกแบบปีกกว้างๆ ที่สามารถบังแดดได้ไปด้วย

2. อย่านอนดึก 

อย่าคิดว่านอนดึกแล้วชดเชยด้วยการตื่นสายแทน เพราะถึงคุณจะนอนครบ 6 ชั่วโมงตามที่ร่างกายต้องการ แต่ก็ไม่ใช่เวลาที่ดีกับผิว คนที่นอนดึกบ่อยๆ ผิวจะล้า ทำให้เสียความยืดหยุ่นไปโดยไม่จำเป็น

3. หมั่นล้างเครื่องสำอางทุกวัน

อย่าเข้านอนทั้งๆ ที่เมคอัพยังเต็มหน้าเป็นอันขาด เพราะเครื่องสำอางจะไปอุดรูขุมขน ทำให้ผิวขาดออกซิเจนหล่อเลี้ยง ผิวจะดูโทรมอย่างเห็นได้ชัด และที่สำคัญสิวถามหาแน่นอน

4. ดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆ 

ย้ำว่าน้ำเปล่าสะอาดๆ เท่านั้น ไม่นับน้ำอัดลม กาแฟ ชา หรือแอลกอฮลล์ น้ำสะอาดจะทำให้ผิวแข็งแรง ช่วยล้างสารพิษที่ทำให้ผิวอิดโรย และที่สำคัญคือสร้างความยืดหยุ่นให้ผิว คนที่ผิวแห้งถึงได้มีริ้วรอยง่าย เพราะขาดน้ำมาหล่อเลี้ยงใต้ผิวไงละ

5. ฝึกบริหารใบหน้าทุกวัน

ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ท่องคำว่า “อา อี เอ โอ อู” เช้า-เย็น เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัย ฝึกเป็นประจำทุกวัน ก็สามารถช่วยบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าได้แล้ว ที่สำคัญเวลาท่องอย่าลืมอ้าปากกว้างเต็มที่ด้วย กล้ามเนื้อของคุณจะได้เอ็กเซอร์ไซส์

6. ลดน้ำตาลให้มาก 

สาวๆ ที่เป็นปลื้มกับของหวาน อาจจะยังไม่รู้ว่าน้ำตาลเป็นศัตรูตัวสำคัญของผิว เพราะกระบวนการที่ร่างกายเผาผลาญในน้ำตาลต้องใช้ความร้อนสูง ทำให้เกิดขยะขึ้นบนผิว ยิ่งหวานมาก็ยิ่งมีขยะมาก คนที่นิยมกินของหวานๆ จึงมักจะหน้าเหี่ยวเร็วเหลือเกิน คำว่าของหวานนี้รวมไปถึงเหล้า ค็อกเทล ไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สีสวยๆด้วยนะ

เม็ดเดียวก็กวนใจแล้ว 7 วิธีลดสิว ให้หน้าใสกิ๊ง ต้องดูแลให้ครบทั้งภายใน ภายนอก

ใครจะไปคิดว่าจุดแดงๆ ไม่กี่จุดบนใบหน้า จะสร้างความเจ็บปสด และน่ารำคาญได้มากขนาดนี้ ผู้หญิงบางคนเสียความมั่นใจไปเลย เพียงเพราะสิวนั้นเด่นอยู่กลางหน้า ถ้าไม่อยากจิตตกเพราะสิว เราลองมาหาทางแก้กันเถอะ

1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 

ไม่ต้องสงสัยว่าสิวกับการออกกำลังกายมีผลต่อกันอย่างไร เพราะสาเหตุการเกิดสิวส่วนใหญ่มาจากภายในร่างกายเป็นหลัก เมื่อร่างกายได้เคลื่อนไหว จะลดภาวะความเครียดได้เป็นอย่างดี และเมื่อไม่เครียด ปัญหาการเกิดสิวก็จะลดน้อยลงไปด้วย

2. นอนหลับให้เพียงพอ 

ใครที่ชอบนอนดึก ควรต้องปรับเปลี่ยนกันสักหน่อย ฝึกนอนให้เร็วขึ้น อย่างน้อยๆ ควรได้รับการนอน 8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ เพื่อรักษาสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ไม่ให้ผิดเพี้ยนจนเกิดสิวได้

3. กินอาหารรสจืด หลีกเลี่ยงอาหารที่ไขมันสูง 

อาหารมีผลโดยตรงกับสิว โดยเฉพาะอาหารสจัดมากๆ ทั้งเค็มจัด เผ็ดจัด นอกจากนี้ควรลดอาหารที่มีปริมาณไขมันสูงๆ เช่น ของทอดต่างๆ ขนม เบเกอร์รี่เพราะมีส่วนผสมของเนย และที่สำคัญจะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่จะท้องผูก เมื่อท้องผูกบ่อยๆ ทำให้ร่างกายสะสมของเสีย และสิวคือสัญลักษณ์ของเสียที่คั่งค้างอยู่ภายในร่างกาย

4. ล้างมือให้สะอาดก่อนจับโดนใบหน้า 

เรื่องนี้หลายคนมักจะเผลอลืมตัวเป็นประจำ เพราะในชีวิตประจำวันเรามักจะใช้มือจับโน่นนี่นั่น แล้วไม่ได้ล้างโดนทันที เมื่อมือที่มีสิ่งสกปรกมาโดนหน้า จึงทำให้เป็นสิวได้ง่าย และส่วนใหญ่สิวที่มาจากมือเรานั้น จะกระจายไปทั่วใบหน้า รักษายากมากยิ่งขึ้น

5. พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 

ปกติแล้วสิวจะหายไปในเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ แต่สำหรับบางคน สิวอยู่บนหน้านานมากกว่านั้น และเป็นสิวอักเสบที่จำเป็นต้องพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างถูกวิธี ป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ที่มาจากการใช้มือบีบสิวด้วยตัวเองอีกด้วย

6. ทำความสะอาดที่นอนเป็นประจำ 

วิธีรักษาสิว ที่ดีที่สุด คือการป้องกันตั้งแต่แรก อุดช่องทางที่ทำให้เกิดสิวได้จะเป็นอะไรที่แฮปปี้มาก หลังจากที่ดูแลตัวเองจากภายในกันเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงคิวความสะอาดจากภายนอกกันบ้าง ที่นอน หมอน ผ้าห่ม ต้องสะอาด เปลี่ยนบ่อย อย่าหมักหมมไว้นาน ผมก็ต้องสระสม่ำเสมอ เพราะถ้าผมสกปรก แล้วปลิวมาโดนหน้าเรา รับรองว่าสิวมาแน่นอน

7. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย 

รู้ตัวว่าแพ้ง่าย เป็นสิวง่าย ก็ต้องรักษากันแบบครบวงจร ดูแลกันทั้งภายในและภายนอกร่างกาย เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้าตัวเอง ครีมหรือเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีความน่าเชื่อถือ อย่าเสี่ยง!

6สูตร มาสก์หน้าทำเอง สำหรับคนผิวมัน ลดสิว ผิวเนียน กับส่วนผสมที่หาได้ง่ายๆ ในตู้เย็น

มาสก์หน้าทำเอง สำหรับคนผิวมัน ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับซื้อ กับ 6สูตร ที่จะมาแนะนำกันในวันนี้ นอกจากจะช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าแล้ว ยังสามารถช่วยฟื้นฟูให้ผิวเรียบเนียน กระชับรูขุมขน และทำความสะอาดผิวหน้า ให้พร้อมเผยผิวใสไร้ที่ติได้อย่างแน่นอน

สูตรที่1 น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ + โยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ

 

  • มะนาวจะช่วยลดความมันบนผิวหน้า ส่วนโยเกิร์ตจะเป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนผิวหน้า

 

– วิธีทำ ใส่โยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ ลงในถ้วย ตามด้วยน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันและทาลงบนผิวหน้า ทิ้งไว้ 5 – 10นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น และทามอยเจอร์ไรเซอร์แบบปราศจากน้ำมัน หลังทำยังไม่ควรปล่อยให้ผิวหน้าโดนแดดในทันที เนื่องจากมะนาวทำให้ผิวมีความเซนซิทีฟ

 

แนะนำให้ทำเพียงอาทิตย์ละครั้ง รับรองว่านอกจากความมันบนผิวจะลดลงแล้ว ผิวหน้ายังจะเนียนและกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย

 

สูตรที่2 เบคกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

  • เบคกิ้งโซดานอกจากจะเป็นส่วนผสมที่ช่วยในเรื่องของการควบคุมความมันแล้ว ยังช่วยในการทำความสะอาดสิ่งที่อุดตันอยู่ภายในรูขุมขนได้ด้วย ทั้งนี้ยังช่วยเก็บรักษาค่าPH ของผิว ให้มีความสมดุล ส่วนมะนาวจะทำหน้าที่ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดความมันบนใบหน้า ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น

– วิธีทำ ใส่เบคกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ ลงในถ้วย ตามด้วยน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน เบคกิ้งโซดาจะทำให้มีฟองขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หลังจากนั้นให้ทาลงไปที่ผิวแล้วเอามือถูเบาๆ เน้นบริเวณ T-Zone แล้วปล่อยทิ้งไว้ไม่เกิน 15นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น และทาด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีเนื้อบางเบา

แนะนำให้ทำเพียงอาทิตย์ละครั้ง หรือ อาทิตย์ เว้นอาทิตย์ เท่านั้น เพราะเบคกิ้งโซดาจะทำให้ผิวของคุณแห้งได้

สูตรที่3 กล้วย 1 ลูก + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

 

  • กล้วยจะช่วยบำรุงผิวหน้าให้มีความแข็งแรง เพราะเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยวิตามิน A,B และ C ทั้งยังมีโพแทสเซียม ซึ่งช่วยรักษาจุดด่างดำได้ด้วย

 

– วิธีทำ ใส่เนื้อกล้วยลงไป 1ลูก ใช้ส้อมบดให้ละเอียด หรือจะนำไปปั่นก็ได้ หลังจากนั้นใส่น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันและทาลงไปให้ทั่วผิวหน้า และลำคอ ทิ้งไว้ 15 – 20นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น และทาด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์

แนะนำให้ทำ 2ครั้ง ต่ออาทิตย์ จะช่วยลดเลือนจุดด่างดำ และลดความมันของผิว ได้เป็นอย่างดี

สูตรที่4 น้ำมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

 

  • มะเขือเทศจะเป็นตัวช่วยในการสมานผิว และลดน้ำมันส่วนเกินบนผิวหน้า ทั้งยังช่วยในการกระชับรูขุมขน ส่วนน้ำผึ้งจะเข้าไปเป็นตัวช่วยในการรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว

 

– วิธีทำ นำมะเขือเทศไปปั่น หรือบดให้ละเอียด หากไม่มีเครื่องปั่นสามารถใช้น้ำมะเขือเทศแทนได้ โดยใช้ 1ช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำผึ้ง 1ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันและทาลงบนผิวหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตา และเน้นบริเวณ T-Zone เป็นพิเศษ ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

 

แนะนำให้ทำ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อผิวหน้าที่เรียบเนียนกระจ่างใส

สูตรที่5 ไข่ขาว 1 ฟอง + โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ

 

  • ไข่ขาวสามารถทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ทั้งยังช่วยลดขนาดของรูขุมขนให้เล็กลง และช่วยลดความมันบนผิวหน้าได้ด้วย ส่วนโยเกิร์ตก็สามารถทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนผิวหน้าได้ดีเช่นกัน เมื่อผสมสองส่วนนี้เข้าด้วยกันผลลัพธ์ที่ได้ก็คือผิวที่สวยใสไร้ที่ติ นั่นเอง

 

– วิธีทำ แยกเฉพาะไข่ขาวออกมาใส่ถ้วย ตามด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ ทาทิ้งไว้บนผิวหน้า 15นาที รอจนแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

 

แนะนำให้ทำอาทิตย์ละครั้ง เพื่อผิวที่ดูกระชับ และสวยใส

 

สูตรที่6 เจลจากว่านหางจระเข้สด 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

 

  • ว่านหางจระเข้ มีฤทธิ์ในการช่วยสมานผิว และรักษารอยแผลได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยลดน้ำมันในรูขุมขนได้อีกด้วย โดยว่านหางจระเข้นั้นมีส่วนประกอบเป็นน้ำถึง 90% จึงสามารถช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี เมื่อนำน้ำผึ้งมาผสมด้วยแล้วนั้น จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้มากขึ้นไปอีก โดยที่ไม่ก่อให้เกิดความมันบนใบหน้าเพิ่มเติม

 

– วิธีทำ ใส่เจลจากว่านหางจระเข้สด 2 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปทาที่ผิวหน้า ทิ้งไว้ 20 – 30 นาที ล้างออกด้วยน้ำเปล่าแล้วซับให้แห้ง

 

แนะนำให้ทำแบบนี้ 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้มีผิวที่เนียนนุ่มยิ่งขึ้น

 

 

 

 

 

เคล็ดลับ กู้หน้าพัง ก่อนและหลังมีประจำเดือน

สำหรับช่วงเวลาวันแดงเดือดของสาวๆ อย่างเรา เป็นอันรู้กันว่านอกจากจะต้องผจญกับอาการปวดเมื่อยตัว อยากอาหารรสจัดๆกันแล้ว เรายังต้องเตรียมรับมือกับเจ้าสิวที่ชอบมาทักทายในช่วงวันนั้นของเดือนกันอีกด้วย ลองมาดูกันนะคะว่ามีวิธีใดบ้างที่จะปราบเจ้าสิวน้อยให้อยู่หมัด ในช่วงก่อนและหลังการมีประจำเดือนค่ะ

ก่อนมีประจำเดือน

1.ดูแลผิวหน้าให้สะอาดเป็นพิเศษ

เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่เราควรลดตัวกระตุ้นต่างๆที่อาจจะทำให้เกิดสิวได้  ขั้นตอนการทำความสะอาดถือเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของเรา  หากไม่จำเป็นก็ยังไม่ควรเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ในช่วงนี้นะคะ และหลังจากทำความสะอาดหน้าเสร็จเรียบร้อยเราควรใช้สำลี หรือทิชชู่สำหรับเช็ดหน้าในการซับน้ำให้หน้าแห้งจากการล้างหน้าแทนการแทนการใช้ผ้าขนหนู สำหรับผู้ที่ไม่ได้แยกระหว่างผ้าเช็ดตัว และเช็ดหน้าค่ะ

2.พอกหน้าแทนการสครับ

หากสาวๆคนไหนอยากจะปรนนิบัติผิวหน้าในช่วงนี้ ขอแนะนำให้ใช้ครีมบำรุงต่างๆที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติในการพอกหน้า แทนการสครับผิวที่อาจเป็นการรบกวนผิวหน้า จนเป็นตัวกระตุ้นหนึ่ง ในการทำให้เกิดสิวในช่วงวันนั้นของเดือนค่ะ

3.กันแดด และร่ม พกไว้ไม่ให้ขาด

ในช่วงก่อนมีประจำเดือน เพื่อนๆอย่าละเลยการป้องกันผิวหน้าจากแสงแดดกันนะคะ เพราะรังสีอัลตราไวโอเลต ทำให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นตัวกระตุ้นหนึ่งที่ก่อให้เกิดสิวขึ้นได้ง่ายค่ะ แนะนำให้เพื่อนๆเตรียมดูแลผิวหน้าอย่างดี หากจะเกิดสิวขึ้นในช่วงนี้ ก็มาจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเราตั้งรับโดยการลดความเสี่ยงในการเกิดสิวจากตัวกระตุ้นต่างๆไว้หมดแล้วนั่นเองค่ะ

หลังมีประจำเดือน

ช่วงมีประจำเดือนผ่านพ้นไปแล้ว หากมีสิวเกิดขึ้นมาในช่วงนั้นเราควรงด แกะ เกา หรือสัมผัสโดยตรงกับใบหน้า แต่หันมาเน้นที่การบำรุงฟื้นฟูผิวหน้า กันดีกว่าค่ะ

1.บำรุงผิวขั้นสุด

ก่อนที่เราจะไปบำรุงผิวหน้ากันให้เต็มที่ ในช่วงหลังจากมีประจำเดือนนั้น เราควรดูแลผิวที่อาจเกิดสิวอักเสบขึ้นในช่วงวันนั้นของเดือนให้หาย หรือแห้งก่อน ที่จะทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ ในการสครับ ขัด หรือพอกผิวหน้ากันนะคะ หากมีสิวที่ยังไม่หายดี ควรหลีกเลี่ยงการสครับในบริเวณดังกล่าวโดยตรงไปก่อนนะคะ 

2.แต่งหน้าตามใจ

ช่วงนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะลอง make up ในแบบต่างๆที่เราชื่นชอบ หรืออาจจะแอบลังเล ไม่กล้าแต่งมากตอนช่วงมีประจำเดือน ถึงเวลาแล้วค่ะที่เพื่อนๆจะลองการแต้มเติมสีสันใหม่ๆเพิ่มความสดชื่นในหัวใจเรา

เคล็ดลับผิวสวยใส ที่คนอยากมีผิวสวยต้องลอง

แน่นอนว่าใครๆ ต่างก็อยากมีผิวสวยใส ดูเป๊ะแม้จะไม่ได้เมคอัพ เพราะความสดของผิวที่ดีนั้น แสดงถึงบุคลิกภาพที่ดีด้วย แต่จะมีสักกี่คนกันที่ให้เวลากับการปรนนิบัติผิวแบบเต็มรูปแบบ ด้วยเวลาที่เร่งรีบและภาระหน้าที่รัดตัว ทำให้การดูแลเรื่องความน้อยถูกปั่นทอนลงไป แต่เชื่อว่าแม้จะมีเวลาน้อยแค่ไหน คุณสาวๆ ก็คงไม่อยากพลาดเคล็ดลับในการดูแลผิวใช่ไหมล่ะ วันนี้ก็มีเคล็ดลับดีๆ ในการดูแลผิวที่นอกเหนือจากการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

เบามือกับผิวหน้า

เป็นเคล็ดลับที่ทำได้แทบตลอดเวลา หากอยากสัมผัสผิวหน้าเมื่อไหร่ให้ระลึกไว้ว่า อาจจะทำให้เกิดริ้วรอยได้เสมอ ดังนั้นควรจัด เช็ด หรือทำอะไรบนผิวหน้าอย่างเบามือที่สุด เพราะหากเกิดริ้วรอยแล้วล่ะก็ แก้ไขยากกว่าทำให้ผิวขาวใสเสียอีก ริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้านั้นจะทำให้คุณดูแก่ก่อนวัย ดังนั้นควรกระทำสิ่งใดๆ ก็ตามบนผิวหน้าอย่างเบามือที่สุด

มะเขือเทศและส้มคือแหล่งอาหารผิวชั้นยอด

ในมะเขือเทศและส้มนั้น มีวิตามินที่สำคัญในการบำรุงผิว ซึ่งล้วนเป็นสารในการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยในเรื่องของการลดความหมองคล้ำ ปรับสีผิวให้เรียบเนียนเสมอกัน สร้างความเปล่งประกายเป็นออร่า รอยดำจากสิวจะค่อยๆ ลบเลือนหายไป การทานมะเขือเทศและส้มบ่อยๆ นั้น จะช่วยในเรื่องของผิวและสุขภาพโดยตรง เป็นประโยชน์กับร่างกาย ถ้าเป็นไปได้ควรทานทุกวัน ซึ่งจะช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดีจากภายในโดยไม่ต้องพึ่งการเมคอัพเลยล่ะ

ใช้รองพื้นเนื้อบางบ้าง

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนต้องการปกปิดข้อบกพร่องบนใบหน้าด้วยการใช้รองพื้นหนาๆ แต่ทว่าการโบกรองพื้นมากขนาดนั้น เป็นที่มาของการอุดตันบนผิว เพราะทั้งเหงื่อและสิ่งสกปรกต่างก็มาเกาะติดอยู่ที่ผิวหน้า และหากล้างทำความสะอาดไม่ดี ก็จะทำให้เกิดสิวจากการอุดตันได้ อันเป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำไม่สดใส ดังนั้นควรเปลี่ยนมาใช้รองพื้นแบบเบาๆ บ้างในบางวัน เพื่อให้ผิวหน้าได้รับออกซิเจน

ดื่มน้ำมะนาวเป็นประจำได้ผลในหลายเรื่อง

น้ำมะนาวนั้นจัดว่าเป็นผลิตผลชั้นยอดในเรื่องของความงามเช่นกัน เพราะมีวิตามินซีสูงมาก มีสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นจากภายใน นอกจากจะบำรุงผิวแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการดีท็อกด้วย เพียงดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นในตอนเช้าและเป็นประจำ จะทำให้ผิวสวยใสเปล่งประกายแบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเพิ่มเติมอีกเลย สวยสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง

Visitors: 78,187